สัมผัสประเพณีแบบญี่ปุ่น

การเดินทางไปญี่ปุ่นคงสมบูรณ์ไม่ได้หากคุณไม่มีโอกาสได้สัมผัสประเพณีแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นด้วยตัวเอง โชคดีที่ญี่ปุ่นสามารถเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้ พร้อมๆ กับที่อนุรักษ์ของดั้งเดิมเอาไว้ ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่คุณจะได้ค้นพบญี่ปุ่นในแบบดั้งเดิมนั้นมีอยู่มาก

อิเคบานะ (Ikebana), โอริงามิ (origami) และการเขียนอักษรญี่ปุ่น ล้วนเป็นศิลปะที่มีการสืบทอดกันมายาวนานและทั้งสามอย่างมีจุดร่วมเหมือนกัน: วาชิ (Washi) กระดาษทำมือแบบญี่ปุ่นโบราณ มีความหมายตรงตัวว่า “กระดาษญี่ปุ่น” วาชิถูกสร้างขึ้นมากว่า 1,000 ปีมาแล้ว และได้รับการยกย่องว่าเป็นกระดาษที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก รวมทั้งได้รับการยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) จาก UNESCO ตามปกติวาชิจะทำขึ้นจากเส้นใยภายในของต้นกัมปิ (gampi), มิตซูมาตะ (mitsumata) และโคโซ (kozo) หรือปอสา ซึ่งกระดาษชนิดนี้จะมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากกว่า เมื่อเทียบกับกระดาษชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ วาชิยังมีจุดเด่นในเรื่องความหลากหลายของสีสัน เนื้อกระดาษ และการออกแบบ ด้วยคุณลักษณะที่พิเศษดังกล่าว วาชิจึงถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการทำงานศิลปะด้วย เช่น ของชำร่วยชนิดต่างๆ ฉากกระดาษ และประตูเลื่อนที่พบในอาคารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม หรือแม้แต่การตกแต่งภายในตามแนวตะวันตก ทดลองทำวาชิด้วยตัวคุณเองโดยการเข้าคลาสเรียนรู้ที่โรงงานกระดาษ หรือพิพิธภัณฑ์หลายๆ แห่งทั่วญี่ปุ่น

พิธีชงชาหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าซาโดะ (sado) วิถีแห่งชาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสุนทรียภาพแบบชาวญี่ปุ่น และยังช่วยให้คุณสามารถทำความเข้าใจอุดมคติเกี่ยวกับดุลยภาพ ความสอดประสาน ความงดงาม และมารยาท ตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นได้ลึกซึ้งมากขึ้นอีกด้วย ซาโดะได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธนิกาย เซน (Zen) จึงเป็นพิธีกรรมที่ทุกการเคลื่อนไหว ทุกองค์ประกอบ แม้แต่เวลาที่เดินผ่านไปก็ถูกกระทำอย่างมีความหมาย วัดหลายแห่ง (โอเทระ (otera)) ทั่วญี่ปุ่นมีพิธีชงชาจัดให้สำหรับผู้มาเยี่ยมเยือน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีใครเหมือนและเป็นสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด และหากคุณมีโอกาสได้เที่ยวชมที่วัด คุณอาจต้องการทดลอง ซาเซน (zazen) ซาเซน มีความหมายตรงตัวว่า การทำสมาธิโดยการนั่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ต้องหยุดความคิดและปลดปล่อยตัวเองจากโลกแห่งคำพูด ความคิด และจินตนาการ ในศาสนาพุทธ นิกายเซน ซาเซน เป็นวิธีการในการสงบร่างกายและจิตใจ เพื่อเพิ่มความมีสติและบรรลุสู่ความรู้แจ้ง มีวัดหลายแห่งที่เปิดโอกาสให้ฝึกฝน ซาเซน

แม้แต่ในเมืองที่ทันสมัยทั่วญี่ปุ่น การได้พบเห็น เกอิชา (geisha) ตัวจริง หรือเกอิชาฝึกหัดรุ่นเยาว์ที่เรียกกันว่า ไมโกะ (maiko) เดินอยู่ตามท้องถนนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ในเกียวโต (Kyoto) โอกาสที่จะได้พบเห็นบุคคลเหล่านี้ยิ่งมีมากขึ้น เนื่องจากเกอิชายังคงเป็นอาชีพที่มีการสืบทอดประเพณีกันอย่างเหนียวแน่นแม้ในปัจจุบัน เกอิชา (Geisha) ซึ่งเป็นคำที่เขียนขึ้นด้วยตัวอักษรที่มีความหมายถึง ‘ศิลปะ’ และ ‘ผู้กระทำ’ นั้นสามารถอธิบายความหมายได้อย่างง่ายๆ ว่า เป็นศิลปินนักแสดง ด้วยทักษะในการร่ายรำ ขับร้อง เล่นดนตรีญี่ปุ่นโบราณ การสนทนาและแม้แต่เกมการละเล่นในร่ม เกอิชา จึงเป็นผู้มอบความบันเทิงแก่บุคคลชั้นผู้นำ ถึงแม้ว่าจะมีสนนราคาที่ไม่ถูก แต่ เรียวเทอิ (ryoutei) (ภัตตาคารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) หลายแห่ง ก็มีให้บริการ อาหาร เครื่องดื่ม และความบันเทิงโดย เกอิชา ตัวจริงในยามค่ำคืน ภายในห้องส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยเสื่อสานสไตล์ญี่ปุ่น

  • ©โชชิคู (SHOCHIKU)

อีกรูปแบบของความบันเทิงแบบญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความนิยมในวันนี้ไม่ต่างจากในอดีต นั่นก็คือ คาบูกิ (kabuki) คำนี้เขียนด้วยตัวอักษรที่มีความหมายถึง ‘การร้อง’, ‘การร่ายรำ’ และ ‘ทักษะ’ คาบูกิ เป็นละครรำที่มีชื่อเสียงจากเครื่องแต่งกายที่ประณีตและการเคลื่อนไหวที่ดูแปลกตา การเดินทางไปชม คาบูกิ เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้เวลาทั้งวัน อย่างไรก็ตาม มีวิธีการที่คุณจะสามารถชื่นชมกับคาบูกิโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปทั้งวันเช่นกัน โรงละคร คาบูกิ ทุกแห่งจะมีตั๋วแบบตอนเดียว หรือ ฮิโตะ มาคูมิ (hito makumi) จำหน่าย พร้อมเทปคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษเป็นบริการเสริมสำหรับให้คุณเช่าเพิ่มเติมได้

อีกหนึ่งความสนุกสนานที่คุณจะได้จากการสัมผัสกิจกรรมตามประเพณีของชาวญี่ปุ่นคือการชมการแข่งขัน ซูโม่ (sumo) การแข่งขันซึ่งมีชื่อเรียกว่า บาโช (basho) จะมีขึ้นทุกๆ สองเดือน เริ่มตั้งแต่การแข่งขันเดือนมกราคมในโตเกียว เดือนมีนาคมที่โอซากา เดือนพฤษภาคมที่โตเกียว เดือนกรกฎาคมที่ไอชิ เดือนกันยายนที่โตเกียว และการแข่งขันครั้งสุดท้ายเดือนพฤศจิกายนที่ฟุกุโอกะ การต่อสู้ระหว่างนักซูโม่เป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจพลาดได้ และประเพณีปฏิบัติของกีฬาซูโม่ก็เป็นสิ่งที่ยากจะลืมเลือนไม่แพ้กัน เพื่อเป็นการแนะนำตัว นักกีฬาร่างยักษ์จะเดินรอบๆ สนามแข่งขันโดยสวมผ้าที่ทอขึ้นอย่างประณีตเรียกว่า เคชู มาวาชิ (keshou mawashi) ซึ่งดูคล้ายกับผ้ากันเปื้อนที่ใช้ปกคลุมท่อนล่างของร่างกาย ในสายตาของผู้ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น ธรรมเนียมนี้เป็นสิ่งที่ดูสง่างามและแฝงไว้ซึ่งความเข้มขลังของประเพณี แต่แท้ที่จริงแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการตลาดที่มีบริษัทในท้องถิ่นเป็นผู้ออกเงินสนับสนุนนักกีฬาหรือ ริชิคิ (rishiki) แต่ละคน ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร นักกีฬาซูโม่ จะไม่สามารถแสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ในทางตรงกันข้าม ผู้ชมสามารถกรีดร้องและออกเสียงเชียร์ ริชิคิ คนโปรดของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ หรือแม้แต่จะโยน เบาะรองนั่งซาบูตัน (zabuton) เมื่อจบการแข่งขันที่ดุเดือดก็สามารถทำได้ การแข่งขันจะมีระยะเวลาสองสัปดาห์ และสิ้นสุดในวันอาทิตย์ ยิ่งใกล้สิ้นสุดการแข่งขันมากเท่าใด ความตื่นเต้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี พร้อมๆ กับความยากในการหาซื้อตั๋วชมการแข่งขัน ในช่วงเช้าจะเป็นการแข่งขันของนักกีฬาที่มีอันดับต่ำกว่า ดังนั้นนอกจากว่าคุณเป็นแฟนตัวยงของนักกีฬาคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ การเข้าชมในช่วงชั่วโมงท้ายๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการสัมผัสประสบการณ์กีฬาซูโม่อย่างเต็มรูปแบบ

Copyright © Japan Airlines. All rights reserved.

To Page top